คู่มือการเลือกเชิงเทคนิค อัปเดต สิงหาคม 2569

PAPHAVIN ENGINEERING KNOWLEDGE

วิธีเลือกตะแกรงสำหรับงานรับแรงและรองรับน้ำหนัก

คู่มือเลือกตะแกรงสำหรับงานที่ต้องรับแรง รองรับน้ำหนัก หรือรักษารูปทรง โดยพิจารณาชนิดโหลด ช่วงรองรับ การโก่ง กรอบ จุดยึด ขนาดเส้นลวด ขนาดช่องเปิด วัสดุ และสภาพใช้งานร่วมกัน ดูหลักการเลือกขนาดเส้นลวด

◷ อ่านประมาณ 7 นาที ⌁ ตะแกรงรับน้ำหนัก ◎ วิศวกร • ฝ่ายผลิต • QA/QC • จัดซื้อ
เลื่อนเพื่ออ่านต่อ
ARTICLE SCOPE

บทความนี้ครอบคลุม

01
เริ่มจากหน้าที่ของตะแกรงระบุว่าต้องกรอง ร่อน แยก ป้องกัน รองรับ หรือทำหลายหน้าที่ร่วมกัน
02
ช่องเปิด • เส้นลวด • พื้นที่เปิดตรวจขนาดช่องเปิด ขนาดลวด จำนวนเมช และพื้นที่เปิดร่วมกันตามหน้าที่
03
วัสดุ • สภาพแวดล้อม • การติดตั้งพิจารณาสารสัมผัส อุณหภูมิ สภาพแวดล้อม การติดตั้ง และการล้างร่วมกัน
04
ข้อมูลก่อนขอราคาและตรวจรับใช้แบบ ตัวอย่าง สเปกเดิม ข้อมูลกระบวนการ การทดลอง หรือเกณฑ์ตรวจรับตามความเสี่ยงของงาน
DECISION SUMMARY

ตะแกรงรับน้ำหนักต้องประเมินทั้งผืน กรอบ จุดยึด และช่วงรองรับ

01 · DECISION POINT

หลักการที่ 1

ความสามารถรับแรงของตะแกรงไม่ควรสรุปจากขนาดเส้นลวดหรือจำนวนเมชเพียงค่าเดียว เพราะพฤติกรรมจริงขึ้นกับชนิดโหลด ขนาดแผง ช่วงรองรับ กรอบ จุดยึด และรูปแบบการติดตั้ง

02 · DECISION POINT

หลักการที่ 2

โหลดกระจาย โหลดจุด แรงกระแทก และแรงสั่นสะเทือนทำให้ตะแกรงตอบสนองต่างกัน จึงต้องระบุ กรณีโหลด ก่อนเลือกโครงสร้าง

03 · DECISION POINT

หลักการที่ 3

ขนาดเส้นลวดที่ใหญ่ขึ้นอาจเพิ่มความแข็งของผืนตะแกรง แต่ยังมีผลต่อขนาดช่องเปิด น้ำหนัก ความยืดหยุ่น และความสามารถในการผลิต จึงต้องอ่านร่วมกับ มิติอื่น

04 · DECISION POINT

หลักการที่ 4

ช่วงรองรับที่ยาวขึ้นมักเพิ่มการโก่งและภาระที่จุดยึด การลดช่วงรองรับหรือเพิ่มคาน/กรอบอาจสำคัญกว่าการเพิ่มขนาดลวดเพียงอย่างเดียว

ตะแกรงรับน้ำหนักต้องมองเป็นระบบ ไม่ใช่ผืนตะแกรงอย่างเดียว

งานรับแรงของตะแกรงอาจเป็นการรองรับวัสดุ ป้องกันชิ้นงานตก รับแรงกระแทก เป็นพื้น/ชั้นรอง หรือเป็นองค์ประกอบของระบบคัดแยกที่มีแรงสั่น การตัดสินใจจึงต้องเริ่มจากโหลดและรูปแบบการรองรับ ไม่ใช่เริ่มจาก จำนวนเมช

สำหรับผืนตะแกรงลวดสานหรือโครงสร้างลวด พฤติกรรมเชิงกลขึ้นกับขนาดลวด ลายสาน/การเชื่อม ขนาดช่องเปิด ทิศทางลวด ขนาดแผง การยึดขอบ และระบบรองรับ ซึ่งทำงานร่วมกันเป็น ชุดประกอบ

หลักตัดสินใจ:

ระบุ กรณีโหลด → กำหนดพื้นที่และช่วงรองรับ → เลือกชนิดตะแกรง/ขนาดและรูปทรง → ออกแบบกรอบและจุดยึด → ตรวจการโก่ง/การเสียรูป → ตรวจวัสดุและสภาพแวดล้อม → ยืนยันด้วย การคำนวณ/การทดสอบ เมื่อโหลดเป็น เกณฑ์สำคัญ ห้ามกำหนดค่ารับน้ำหนักจากขนาดลวด จำนวนเมช หรือชื่อผลิตภัณฑ์เพียงค่าเดียว เพราะความสามารถของระบบขึ้นกับกรณีโหลด ช่วงรองรับ กรอบ จุดยึด วัสดุ และเงื่อนไขขอบร่วมกัน

ถ้างานเกี่ยวข้องกับการกั้นอันตรายหรือป้องกันบุคคลด้วย ต้องตรวจข้อกำหนดของตะแกรงป้องกันเครื่องจักรแยกจากความสามารถรับแรง เพราะคำว่า “แข็งแรง” ไม่เท่ากับ “ปลอดภัย” โดยอัตโนมัติ

ตารางตัดสินใจเลือกตะแกรงตามชนิดโหลด

ลักษณะงานกรณีโหลด หลักตัวแปรสำคัญโครงสร้างที่ควรพิจารณาสิ่งที่ต้องยืนยัน
ชั้นรอง/พื้นรองวัสดุโหลดกระจาย + น้ำหนักตัวเองโหลดต่อพื้นที่ ช่วงรองรับ การโก่ง ขนาดแผง จุดยึดตะแกรงเชื่อม ตะแกรงลวดสานถัก หรือแผ่นเจาะรูตามระบบLoad/การโก่ง ของ ชุดประกอบ และความสามารถของกรอบ/คานรอง
รองรับชิ้นงานที่มีขารอง/จุดสัมผัสโหลดจุดหรือพื้นที่สัมผัสเล็กตำแหน่งโหลด ความกว้าง พื้นที่สัมผัส การกระจายแรง การเสียรูปเฉพาะจุดโครงสร้างที่กระจายแรงเข้าสู่ลวด/กรอบได้เหมาะสมการเสียรูปเฉพาะจุด, จุดเชื่อม/รอยต่อ, การรับแรงที่กรอบ และ ตัวคูณความปลอดภัย ของงาน
รับแรงกระแทก/วัสดุตกโหลดไดนามิกหรือแรงกระแทกมวล ความเร็ว/ความสูงตก จุดกระแทก ความยืดหยุ่น และการยึดโครงสร้างที่ผ่านการทดสอบ impact ของ ชุดประกอบ จริงห้ามแปลง ค่ารับแรงภายใต้โหลดนิ่ง เป็น ความสามารถรับแรงกระแทก โดยตรง
ตะแกรงเครื่องร่อน/คัดแยกน้ำหนักวัสดุ + การสั่น + แรงจากการป้อนแอมพลิจูด/ความถี่, อัตราป้อน, ระบบรองรับ, ความตึง, abrasion และ ขนาดช่องเปิดCrimped/Woven screen หรือโครงสร้างตามเครื่องจักรข้อมูลผู้ผลิตเครื่อง การยึด/ตึง อายุล้า และการสึก
แผงรองรับที่ต้องโปร่ง/ระบายอากาศโหลดกระจาย + ข้อกำหนด ด้าน open areaโหลด ช่วงรองรับ ขนาดลวด ขนาดช่องเปิด/open area น้ำหนักแผงตะแกรงลวด / แผ่นเจาะรู / welded panel ที่สมดุล ความแข็ง กับ open areaการโก่ง, การโก่งเดาะเฉพาะจุด, การรองรับขอบ และ การระบายอากาศของกระบวนการ
งานเหมือง หิน และวัสดุหนักแรงกระแทก การสั่น การเสียดสี และโหลดจากวัสดุขนาดก้อน อัตราป้อน ความสูงตก ระบบรองรับ/ความตึง และวัสดุงานหนัก crimped/woven screen หรือ media ตามเครื่องความเข้ากันได้กับเครื่องจักร, การสึก, ความล้า และ การทดลองหน้างาน เมื่อจำเป็น
ปัดหรือเลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม โดยคอลัมน์ลักษณะงานจะคงอยู่กับที่

อ่านตารางอย่างไร: เริ่มจากชนิดโหลดและช่วงรองรับ แล้วจึงเลือก ขนาดและรูปทรง ของตะแกรงและระบบกรอบ ตารางนี้เป็นกรอบเลือกแนวทาง ไม่ใช่ตาราง ค่ารับแรง

หมายเหตุ: หากต้องระบุค่ารับน้ำหนักหรือค่าการโก่งในใบเสนอราคา/แบบ ต้องยืนยันด้วยการคำนวณหรือผลทดสอบของ ชุดประกอบ ที่มี ขนาดและรูปทรง, ช่วงรองรับ, frame และ mounting ตรงกับงานจริง

วัสดุและการกัดกร่อนเมื่อมีโหลด

หลักการ: วัสดุที่เสื่อมจากการกัดกร่อนหรืออุณหภูมิอาจลดหน้าตัดและความสามารถเชิงกลของลวด จุดเชื่อม และกรอบ จึงต้องเลือกวัสดุร่วมกับกรณีโหลด

สภาพแวดล้อมและการกัดกร่อน

ระบุความชื้น คลอไรด์ สารเคมี ค่า pH อุณหภูมิ และวิธีทำความสะอาดก่อนเลือกเกรดสแตนเลสหรือวัสดุของชุดรองรับ

จุดเชื่อม รอยต่อ และกรอบ

บริเวณเชื่อม/ยึดอาจเป็นจุดวิกฤตของ เส้นทางการถ่ายแรง ต้องตรวจวัสดุ ความเข้ากันได้ การกัดกร่อน และคุณภาพการประกอบ

การเสื่อมตามอายุใช้งาน

กำหนดรอบตรวจลวดสึก ลวดขาด จุดเชื่อมแตก การโก่งถาวร จุดยึดหลวม และการกัดกร่อน ก่อนความเสียหายพัฒนาเป็นการสูญเสียหน้าที่

ตัวแปรที่กำหนดความสามารถรับแรงของชุดตะแกรง

การประเมินงานรับแรงต้องอ่านตัวแปรของผืนตะแกรงและระบบรองรับร่วมกัน เพราะการเพิ่มขนาดลวดแต่ปล่อยช่วงรองรับยาวหรือจุดยึดอ่อนอาจไม่แก้ปัญหาการโก่งหรือความเสียหายของ ชุดประกอบ

กรอบกำหนดระบบรับแรง

กรณีโหลด + ช่วงรองรับ + Mesh ขนาดและรูปทรง + Frame/ระบบรองรับ + Mounting + Material + การโก่ง/Failure Criteria
  • กรณีโหลด: โหลดกระจาย โหลดจุด แรงกระแทก แรงสั่น น้ำหนักตัวเอง หรือหลายโหลดร่วมกัน
  • ขนาดและรูปทรงและระบบ: ขนาดลวด ขนาดช่องเปิด ลายสานหรือระยะห่าง การจัดทิศทาง ขนาดแผง ช่วงรองรับ กรอบ คานรอง และจุดยึด
  • เกณฑ์ตรวจรับ: ค่าการโก่ง การเสียรูปถาวร ความเสียหายของลวด รอยเชื่อม หรือขอบ และตัวคูณความปลอดภัยตามหลักออกแบบของงาน

คำศัพท์สำคัญของงานรับแรงและรองรับน้ำหนัก

กรณีโหลด (Load Case)

ช่วงรองรับ (Support Span)

หากเอกสารหรือใบเสนอราคาใช้ชื่อการค้า “ตะแกรงเมทสแตนเลส” ให้ยืนยันชนิดผลิตภัณฑ์ วัสดุ ขนาด และรายละเอียดทางเทคนิคตามสเปกก่อนสั่งซื้อ

ระยะระหว่างแนว/จุดรองรับของตะแกรงหรือกรอบ เป็นตัวแปรสำคัญต่อการโก่งและการกระจายแรง

การโก่ง (Deflection)

การเคลื่อนตัวภายใต้โหลด แม้ยังไม่แตกหักก็อาจทำให้งานใช้ไม่ได้ เกิดการสัมผัส หรือสร้างปัญหากับเครื่องจักร

เส้นทางการถ่ายแรง (Load Path)

เส้นทางที่แรงถ่ายจากวัสดุหรือชิ้นงานผ่านผืนตะแกรงไปยังกรอบ คาน จุดยึด และโครงสร้างหลัก

การเสียรูปถาวร (Permanent Deformation)

การเปลี่ยนรูปที่ไม่คืนกลับหลังเอาโหลดออก อาจเป็นเกณฑ์เสียหายก่อนการแตกของลวด

ชุดประกอบ (Assembly)

ผืนตะแกรงร่วมกับกรอบ ขอบ จุดยึด คานรอง และวิธีติดตั้ง ซึ่งควรเป็นหน่วยที่ใช้ยืนยันสมรรถนะเมื่อ ค่ารับแรง เป็นข้อกำหนด

มาตรฐานและแหล่งข้อมูลที่ใช้ยืนยัน

ไม่มีตารางเมชทั่วไปที่สามารถแปลงเป็นค่ารับน้ำหนักของทุก ชุดประกอบ ได้โดยตรง จึงต้องใช้มาตรฐานด้าน ขนาดและรูปทรง ตามขอบเขต และใช้การคำนวณ/ทดสอบของระบบจริงเมื่อกำหนด ค่ารับแรง

แหล่งอ้างอิงใช้รองรับเกี่ยวข้องกับไม่ใช้ยืนยันขอบเขต
ISO 9044:2016คำศัพท์ ข้อกำหนด และวิธีทดสอบตะแกรงลวดสานอุตสาหกรรมแบบช่องเปิดสี่เหลี่ยมขนาดและรูปทรง และคุณภาพ ตะแกรงลวดสาน สำหรับ การร่อนค่ารับแรง ของ ชุดประกอบใช้ตามขอบเขต ตะแกรงลวดสานอุตสาหกรรม
ISO 4783-1:1989แนวทางเลือก combinations ของขนาดช่องเปิดและขนาดลวดสำหรับ industrial wire screens/ตะแกรงลวดสานการเลือก ขนาดและรูปทรง ขั้นต้นของ wire screenค่ารับแรง การโก่ง หรือช่วงรองรับใช้เป็น guide ด้าน aperture/wire-diameter combinations
WSDOT — Design Guidelines for Wire Mesh/Cable Net Slope Protectionตัวอย่างวิธีออกแบบที่แยกการเลือก fabric ออกจาก anchor capacity/ระยะห่าง และโหลดของระบบหลักคิดเชิงระบบว่า mesh + anchor/ระบบรองรับ ต้องออกแบบร่วมกันค่ารับแรงของผลิตภัณฑ์ PAPHAVIN หรือเครื่องจักรทั่วไปใช้เป็น government engineering evidence สำหรับ wire-mesh ระบบรองรับ system
ข้อมูลผู้ผลิต/ผลทดสอบ ชุดประกอบLoad–การโก่ง, failure mode, สภาพการรองรับ หรือ impact test ของผลิตภัณฑ์/ชุดจริงเมื่อมีงานที่ต้องระบุ capacity หรือ acceptance criterionนำค่าจากคนละ ช่วงรองรับ/frame/mounting มาใช้โดยอัตโนมัติต้องตรงกับ ขนาดและรูปทรง และสภาวะของงาน
ปัดหรือเลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม โดยคอลัมน์แรกจะคงอยู่กับที่

หมายเหตุ: งานรับแรงต้องกำหนดกรณีโหลด สภาพการรองรับ และเกณฑ์ความเสียหาย/การโก่งให้ชัดก่อนเลือกวิธีคำนวณหรือทดสอบ จึงไม่ควรใช้คำว่า “งานหนัก” (Heavy Duty) เป็นค่าทางวิศวกรรม

ขนาดลวด ช่องเปิด ช่วงรองรับ และการโก่งต้องพิจารณาร่วมกัน

ขนาดลวดกับความแข็ง

ลวดใหญ่ขึ้นเปลี่ยนความแข็งและความสามารถรับแรงของเส้นลวด แต่ผลของผืนจริงยังขึ้นกับลายสานหรือจุดเชื่อม ขนาดช่องเปิด ช่วงรองรับ กรอบ และเงื่อนไขขอบของการรองรับ

ช่วงรองรับกับการโก่ง

ช่วงรองรับที่เพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการด้าน ความแข็ง สูงขึ้น การเพิ่มคานรองหรือลด ช่วงรองรับ จึงอาจมีประสิทธิภาพกว่าการเพิ่มลวดเพียงอย่างเดียว

ช่องเปิดกับการกระจายแรง

ขนาดช่องเปิด และ ระยะห่าง เปลี่ยนจำนวนลวด/จุดเชื่อมที่รับโหลดและการถ่ายแรงเฉพาะจุด ต้องประเมินพร้อม พื้นที่สัมผัส และ ทิศทาง ของโหลด

เลือกชนิดตะแกรงตามหน้าที่รับแรง

ตะแกรงลวดสานถัก (Crimped Wire Mesh)

เหมาะกับงานคัดแยกและรองรับวัสดุหนักบางระบบ เพราะสามารถใช้ลวดขนาดใหญ่และรูปแบบสานที่คงรูป แต่ต้องยืนยัน ความตึง/ระบบรองรับ และสภาวะเครื่องจริง

ตะแกรงเชื่อม (Welded Wire Mesh)

โครงข่ายที่คงตำแหน่งด้วยจุดเชื่อมเหมาะกับแผง ชั้นวาง หรือการ์ดบางงาน แต่ความสามารถรับแรงต้องประเมินจุดเชื่อม กรอบ และวิธียึดติดตั้งร่วมกัน

แผ่นเจาะรู (Perforated Sheet)

แผ่นต่อเนื่องสามารถให้ ความแข็ง และ เส้นทางการถ่ายแรง ต่างจาก ตะแกรงลวด จึงควรเปรียบเทียบเมื่อการโก่งหรือรองรับโหลดเป็นเกณฑ์สำคัญ

หลักแยกขอบเขต: หากงานเป็นการ์ดป้องกันเครื่องจักรหรือพื้นที่อันตราย ให้ตรวจ คู่มือเลือกตะแกรงป้องกันเครื่องจักร เพิ่มเติม เพราะ Load Capacity ไม่ได้แทน Safety Distance หรือ Guard Requirement

กรณีงานคัดแยกวัสดุหนัก

สำหรับงานเหมือง หิน และการคัดแยกที่มีแรงกระแทก/สั่นสูง ให้ดู ตะแกรงสำหรับงานเหมือง หิน และการคัดแยกวัสดุหนัก เพื่อเชื่อมกรณีโหลดกับการสึก แรงกระแทก และสภาพการทำงานของเครื่องจักร

การติดตั้ง การตรวจสภาพ และเกณฑ์เปลี่ยน

ตะแกรงที่รับแรงอาจเสื่อมจากการโก่งซ้ำ ความล้า การสึก การกระแทก จุดเชื่อมเสียหาย หรือจุดยึดคลาย แม้ยังไม่แตกขาด จึงควรมีเกณฑ์ตรวจสภาพที่สัมพันธ์กับ กรณีโหลด

  • ก่อนติดตั้ง: ตรวจขนาดแผง ลายสาน/จุดเชื่อม กรอบ คานรอง จุดยึด ช่วงรองรับ และทิศทางการติดตั้งให้ตรงแบบ
  • ระหว่างใช้งาน: ตรวจการโก่งถาวร ลวดขาด จุดเชื่อมแตก รอยสึก จุดยึดหลวม การเสียรูปของกรอบ และการเคลื่อนตัวของระบบรองรับ
  • หลังแรงกระแทกผิดปกติ: หยุดตรวจชุดประกอบ โดยเฉพาะจุดกระแทก รอยต่อ ขอบ กรอบ และโครงรองก่อนกลับใช้งาน
  • งานสั่นสะเทือน: ตรวจสัญญาณความล้าและความตึง/การยึดตามข้อกำหนดเครื่องจักร ไม่รอให้ลวดขาดก่อนบำรุงรักษา
  • เกณฑ์เปลี่ยน: กำหนดจากการเสียรูปถาวร ลวดหรือจุดเชื่อมขาด การสึก/กัดกร่อน จุดยึดหลวม หรือสมรรถนะที่ไม่ผ่านเกณฑ์ตรวจรับ

ลำดับเลือกตะแกรงรับแรง 7 ขั้นตอน

ใช้ลำดับนี้:

1) กำหนดกรณีโหลด → 2) กำหนดพื้นที่รับโหลดและช่วงรองรับ → 3) เลือกชนิดตะแกรงและขนาดและรูปทรง → 4) กำหนดกรอบ ระบบรองรับ และจุดยึด → 5) ตรวจวัสดุและสภาพแวดล้อม → 6) กำหนดเกณฑ์การโก่งและความเสียหาย → 7) ยืนยันด้วยการคำนวณ/การทดสอบและแผนตรวจสภาพเมื่อโหลดเป็นเกณฑ์สำคัญ

เกณฑ์ก่อนอนุมัติสเปกตะแกรงรับแรง

ก่อนอนุมัติควรระบุกรณีโหลดและข้อกำหนดด้านแรง ขนาดและพื้นที่รับโหลด ช่วงรองรับ ชนิดตะแกรง ขนาดลวด/ช่องเปิด/ระยะห่าง ทิศทาง กรอบและระบบรองรับ จุดยึด วัสดุ ค่าการโก่งที่ยอมรับได้ เกณฑ์ความเสียหาย และวิธีคำนวณหรือทดสอบที่ใช้ยืนยัน

เมื่อใดควรทดสอบชุดประกอบจริง

ควรทดสอบเมื่อค่ารับแรง การโก่ง แรงกระแทก ความล้า หรือความเสียหายเฉพาะจุดเป็นเกณฑ์สำคัญ และไม่มีข้อมูลที่ตรงกับขนาดและรูปทรง ช่วงรองรับ กรอบ และจุดยึดของงาน การทดสอบควรใช้ชุดประกอบจริงหรือชุดจำลองที่เทียบเท่าในด้าน span, support, mounting และ load application เพื่อให้ผลใช้ตัดสินใจได้จริง

การทดสอบโหลดนิ่งและการโก่ง (Static Load / Deflection Test)

ทดสอบชุดแผงพร้อมระบบรองรับและจุดยึดจริง หรือชุดจับยึดที่เทียบเท่า พร้อมบันทึกความสัมพันธ์ระหว่างโหลดกับการโก่งและรูปแบบความเสียหายตามเกณฑ์ตรวจรับ

การทดสอบแรงกระแทก/การตก (Impact / Drop Test)

ใช้เมื่อวัสดุตกหรือแรงกระแทกเป็นกรณีโหลดสำคัญ โดยกำหนดมวล พลังงานหรือความสูงตก จุดกระแทก และเกณฑ์ความเสียหายล่วงหน้า

การทดลองโหลดซ้ำ/การสั่น (Cyclic / Vibration Trial)

ใช้เมื่อมีแรงสั่นหรือโหลดซ้ำ เพื่อดูการคลายตัว ความล้า ความเสียหายของลวด/จุดเชื่อม และการเปลี่ยนรูปหลังจำนวนรอบที่วิศวกรหรือผู้ผลิตเครื่องกำหนด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกตะแกรงรับน้ำหนัก

ข้อผิดพลาดความเสี่ยงแนวทางที่ถูกต้อง
เลือกจากขนาดลวดเพียงอย่างเดียวกรอบ จุดยึด หรือ ช่วงรองรับ อาจเป็นจุดอ่อน ทำให้โก่งหรือเสียหายก่อนลวดประเมินทั้ง เส้นทางการถ่ายแรง และ ชุดประกอบ
ใช้ Static Capacity แทน ความสามารถรับแรงกระแทกแรงกระแทกมีอัตราการถ่ายพลังงานและ failure mode ต่างจากโหลดนิ่งกำหนด Impact/Drop Test หรือข้อมูลที่ตรง กรณีโหลด
ไม่กำหนด ระบบรองรับ ช่วงรองรับ ใน RFQผู้ขายอาจเสนอผืนเดียวกันแต่ใช้ช่วงรองรับต่างกัน ทำให้ การโก่ง/Capacity เทียบกันไม่ได้ระบุ ช่วงรองรับ, edge/frame และ mounting condition ในแบบ
มองข้ามสึก/กัดกร่อน/ความล้าหน้าตัดและจุดยึดเสื่อมทำให้ capacity ลดลงก่อนพบการแตกชัดเจนกำหนด inspection interval และ replacement criteria ตามความเสี่ยง
ปัดหรือเลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม โดยคอลัมน์แรกจะคงอยู่กับที่
หมายเหตุ: คำว่า Heavy Duty หรือ Load Bearing เป็นคำอธิบายหน้าที่ ไม่ใช่ค่ารับรองทางวิศวกรรม ต้องมี กรณีโหลด และ Acceptance Criteria ที่วัดได้

เช็กลิสต์ข้อมูลสำหรับใบขอราคา/ใบสั่งซื้อ (RFQ/PO) ตะแกรงรับน้ำหนัก

  • หน้าที่ของตะแกรงและกรณีโหลด: โหลดกระจาย โหลดจุด แรงกระแทก แรงสั่น น้ำหนักตัวเอง หรือหลายโหลดร่วมกัน
  • ค่าหรือช่วงโหลดที่ต้องรองรับ พร้อมหน่วยและเงื่อนไขการใช้งานที่ชัดเจน
  • ขนาดพื้นที่รับโหลดหรือจุดสัมผัส ตำแหน่งโหลด และขนาดแผง
  • ช่วงรองรับ จำนวนแนวรองรับ กรอบ/คานรอง การรองรับขอบ และจุดยึด/อุปกรณ์ยึด
  • ชนิดตะแกรง ลายสาน/การเชื่อม ขนาดเส้นลวด ขนาดช่องเปิดหรือระยะห่าง และทิศทาง
  • วัสดุ/เกรดสแตนเลส อุณหภูมิ สารสัมผัส การกัดกร่อน การสึก และเงื่อนไขทำความสะอาด
  • ค่าการโก่งที่ยอมรับได้ การเสียรูปถาวร รูปแบบความเสียหาย และตัวคูณความปลอดภัยตามข้อกำหนดการออกแบบ
  • แรงกระแทก/ความสูงตก/มวล หรือข้อกำหนดด้านการสั่น/จำนวนรอบเมื่อเกี่ยวข้อง
  • วิธีคำนวณ/ทดสอบ ตัวอย่างหรือชุดจับยึด เกณฑ์ตรวจรับ และเอกสารที่ต้องส่งมอบ
  • รอบตรวจสภาพ วิธีบำรุงรักษา และเกณฑ์เปลี่ยนหลังติดตั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ขนาดลวดใหญ่ขึ้นหมายความว่าตะแกรงรับน้ำหนักได้มากขึ้นเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอ ลวดใหญ่มีผลต่อความแข็งและความแข็งแรงของลวด แต่ความสามารถของชุดประกอบยังขึ้นกับขนาดช่องเปิด/ระยะห่าง ลายสานหรือจุดเชื่อม ช่วงรองรับ กรอบ จุดยึด วัสดุ และกรณีโหลด

ข้อมูลใดใช้ยืนยันว่าชุดตะแกรงรับน้ำหนักได้เพียงพอ?

ต้องใช้ข้อมูลวัสดุ โครงสร้างตะแกรง ขนาดแผง ช่วงรองรับ กรอบ จุดยึด ชนิดโหลด และหลักฐานจากการคำนวณหรือการทดสอบของชุดประกอบจริงตามเกณฑ์ที่กำหนด

ช่วงรองรับ (Support Span) สำคัญอย่างไร?

ช่วงรองรับมีผลโดยตรงต่อการโก่งและเส้นทางการถ่ายแรง จึงต้องระบุพร้อมกับขนาดแผง กรอบ และจุดยึดเมื่อเปรียบเทียบตะแกรงรับแรง

โหลดกระจายกับโหลดจุดเลือกตะแกรงเหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือน โหลดจุดอาจทำให้เกิดการเสียรูปเฉพาะจุดหรือความเค้นสูงในลวด/จุดเชื่อมเฉพาะบริเวณ ขณะที่โหลดกระจายถ่ายแรงผ่านพื้นที่กว้างกว่า

โหลดนิ่งใช้แทนแรงกระแทกได้หรือไม่?

ไม่ควร แรงกระแทกมีพฤติกรรมไดนามิกและรูปแบบความเสียหายต่างจากโหลดนิ่ง ควรใช้ข้อมูลหรือการทดสอบที่ตรงกับกรณีแรงกระแทก

ตะแกรงลวดสานถัก (Crimped Wire Mesh) เหมาะกับงานรับแรงหรือไม่?

อาจเหมาะกับงานคัดแยกหรือวัสดุหนักบางประเภท เพราะใช้ลวดขนาดใหญ่ได้ แต่ต้องตรวจระบบรองรับ/ความตึง การสึก การสั่น และข้อกำหนดของเครื่องจักรจริง

ตะแกรงเชื่อม (Welded Wire Mesh) แข็งกว่าตะแกรงสานเสมอหรือไม่?

ไม่สามารถสรุปทั่วไปได้ ความแข็งของชุดประกอบขึ้นกับขนาดลวด ระยะห่าง คุณภาพจุดเชื่อม กรอบ ขนาดแผง ระบบรองรับ และเงื่อนไขขอบ

ควรจำกัดการโก่งเท่าไร?

ไม่มีค่าทั่วไปเดียวสำหรับทุกงาน ต้องกำหนดจากหน้าที่ ความปลอดภัย การสัมผัสชิ้นส่วน เครื่องจักร และเกณฑ์การออกแบบของระบบ

งานรับแรงต้องทดลองตัวอย่างหรือไม่?

ควรทดลองเมื่อค่ารับแรง การโก่ง แรงกระแทก หรือความล้าเป็นเกณฑ์สำคัญ และไม่มีข้อมูลทดสอบที่ตรงกับขนาดและรูปทรง ช่วงรองรับ กรอบ และจุดยึดที่เสนอ

ข้อมูลขั้นต่ำสำหรับขอราคาตะแกรงรับน้ำหนักมีอะไรบ้าง?

ควรมีกรณีโหลด ขนาดโหลด พื้นที่สัมผัส ขนาดแผง ช่วงรองรับ ขนาดและรูปทรงของตะแกรง กรอบ/จุดยึด วัสดุ เกณฑ์การโก่ง/ความเสียหาย และวิธีทดสอบหรือเอกสารที่ต้องการ

แหล่งอ้างอิง

แหล่งอ้างอิงต่อไปนี้ใช้ประกอบข้อมูลในบทความ การสั่งซื้อจริงให้ยึดสเปกที่ตกลงในใบเสนอราคา แบบงาน หรือข้อกำหนดของโครงการ

ขอบเขตมาตรฐานที่ใช้ในบทความ

ASTMมาตรฐาน Woven Wire Cloth

ASTM E2016-22

ข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับ industrial woven wire cloth; ใช้ประกอบมิติและคุณลักษณะของผืนตะแกรง ไม่ใช่ค่ารับน้ำหนักสำเร็จรูปของแผง

แหล่งข้อมูล: ASTM International

ดูแหล่งอ้างอิง ↗
ISOมาตรฐาน Wire Screens

ISO 4783-3:1981

ชุดขนาดช่องเปิดและขนาดลวดที่แนะนำสำหรับ pre-crimped หรือ pressure-welded wire screens

แหล่งข้อมูล: ISO

ดูแหล่งอ้างอิง ↗
ISOWire Cloth Combinations

ISO 4783-1:1989

แนวทางชุดขนาดช่องเปิดและขนาดลวด พร้อมพื้นที่เปิดและลำดับข้อมูล designation สำหรับ wire screens / woven wire cloth

แหล่งข้อมูล: ISO

ดูแหล่งอ้างอิง ↗
ISOWoven Wire Cloth

ISO 9044:2016

ข้อกำหนด ค่าคลาดเคลื่อน และวิธีทดสอบสำหรับ industrial woven wire cloth ช่องเปิดสี่เหลี่ยมตามขอบเขตมาตรฐาน

แหล่งข้อมูล: ISO

ดูแหล่งอ้างอิง ↗

ข้อจำกัดสำคัญ: มาตรฐานตะแกรงข้างต้นไม่ให้ค่ารับน้ำหนักสากลของแผงสำเร็จรูป ต้องยืนยัน load case, span, frame, support และ fastener ด้วยการคำนวณ แบบ หรือข้อมูล OEM ของงานจริง.

PAPHAVIN ENGINEERING SUPPORT

ต้องการให้ช่วยตรวจสเปกตะแกรงก่อนขอราคา?

ส่งหน้าที่ของตะแกรง ขนาดที่ต้องการ วัสดุ จำนวน และสภาพการใช้งาน เพื่อช่วยตรวจความครบถ้วนของสเปกก่อนขอราคาหรือสั่งซื้อ

คำปรึกษาด้านเทคนิคโดยผู้เชี่ยวชาญ
ตรวจข้อมูลสเปกก่อนเสนอราคา
ตะแกรงอุตสาหกรรมโซลูชันงานวิศวกรรม
สั่งผลิตตามแบบสเปกและแบบทางวิศวกรรม
QR Code LINE PAPHAVIN LINE Official LINE ID: ppv9 สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อนและส่งสเปก
HEAD OFFICE
สำนักงานใหญ่ 2/43 ซอยเพชรเกษม 114 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
ดูแผนที่และช่องทางติดต่อ →