Paphavin Knowledge Center / Fundamentals

Mesh คืออะไร? ความหมาย วิธีวัด และการเลือกใช้งาน Mesh ของตะแกรงสแตนเลส

อธิบายความหมายและเจาะลึกความสำคัญของ Mesh Count, Micron, Wire Diameter และ Open Area สำหรับผู้เริ่มต้น วิศวกร ฝ่ายจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ QC และผู้ใช้งานตะแกรงอุตสาหกรรมอย่างละเอียดถี่ถ้วน

คำแนะนำเบื้องต้น: บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเกี่ยวกับค่า Mesh และ Micron เพื่อช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับอุตสาหกรรมของคุณ

หากคุณกำลังเลือกซื้อ ตะแกรงเมชสแตนเลส ไม่ว่าจะใช้ในงานกรองของเหลว งานร่อนผง งานแยกอนุภาค งานระบายอากาศ หรืองานอุตสาหกรรมทั่วไป คำว่า Mesh เป็นคำศัพท์พื้นฐานที่ควรเข้าใจเป็นอันดับแรกสุด เพื่อการจัดหาวัสดุที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุดในอุตสาหกรรม

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า Mesh หมายถึง “ขนาดรู” ของตะแกรงโดยตรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว Mesh คือค่าที่ใช้บอกจำนวนช่องเปิดของตะแกรงต่อระยะความยาว 1 นิ้วเส้นตรง และจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับค่า Micron, Wire Diameter และ Open Area จึงจะสามารถเลือกสเปกได้อย่างแม่นยำ

Mesh คืออะไร

Mesh คือจำนวนช่องเปิดของตะแกรงภายในระยะแนวเส้นตรง 1 นิ้ว (เท่ากับ 25.4 มิลลิเมตร) โดยวิธีการนับจะนับจำนวนช่องของตะแกรงเรียงตามแนวเส้นตรงในระยะหนึ่งนิ้วเต็มพอดี

ค่า Mesh
ความหมายเชิงเทคนิค
ลักษณะโดยรวมและการใช้งาน
10 Mesh
มีประมาณ 10 ช่องต่อความยาว 1 นิ้ว
ช่องขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับงานกรองหยาบ หรือการคัดแยกเศษวัสดุทั่วไป
40 Mesh
มีประมาณ 40 ช่องต่อความยาว 1 นิ้ว
ละเอียดระดับปานกลาง นิยมนำไปใช้ในงานระบบกรองทั่วไปในอุตสาหกรรม
100 Mesh
มีประมาณ 100 ช่องต่อความยาว 1 นิ้ว
ช่องละเอียดสูงขึ้น เหมาะสำหรับงานกรองผงแป้ง หรือกรองของเหลวบางประเภท
400 Mesh
มีประมาณ 400 ช่องต่อความยาว 1 นิ้ว
ละเอียดสูงมาก สานแน่นพิเศษ นิยมใช้กับระบบงานวิศวกรรมเฉพาะทาง

โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งค่า Mesh สูงขึ้นเท่าใด ช่องเปิดของตะแกรงจะยิ่งมีขนาดเล็กลงและละเอียดมากขึ้นเท่านั้น ทำให้สามารถดักกรองอนุภาคที่มีความเล็กละเอียดสูงได้ดี แต่ในเวลาเดียวกัน อัตราการไหลผ่าน (Flow Rate) ของของเหลว อากาศ หรือสารวัสดุ ก็อาจจะลดลงตามไปด้วย

Mesh Count คืออะไร

Mesh Count คือดัชนีตัวเลขที่ระบุจำนวนช่องเปิดของตะแกรงต่อหน่วยความยาว 1 นิ้วสากล ยกตัวอย่างเช่น ตะแกรงขนาด 100 Mesh จะหมายถึงการมีช่องสี่เหลี่ยมจำนวน 100 ช่องเรียงตัวกันในระยะความยาว 1 นิ้วพอดิบพอดี

อย่างไรก็ตาม ค่า Mesh Count เพียงอย่างเดียวไม่ได้ระบุถึงขนาดรูเปิดจริงทั้งหมด เพราะขนาดของรูเปิดที่แท้จริงนั้นยังแปรผันโดยตรงกับความหนาของเส้นลวดสแตนเลสและรูปแบบลักษณะการสานทอของตะแกรงตัวนั้นๆ ด้วย

ข้อควรจำทางเทคนิค: ค่า Mesh ไม่ใช่ค่า Micron และค่า Mesh ไม่ใช่ขนาดรูเปิดโดยตรงของตะแกรง

Mesh กับ Micron ต่างกันอย่างไร

คำว่า Mesh คือการระบุจำนวนช่องต่อระยะความยาว 1 นิ้ว ในขณะที่คำว่า Micron (ไมครอน) คือหน่วยวัดขนาดความยาวที่แท้จริงของช่องเปิดหรือขนาดของอนุภาคสาร โดยที่ 1 Micron จะมีค่าเท่ากับ 0.001 มิลลิเมตร

ตัวอย่างเชิงเปรียบเทียบ: ตะแกรงเมชสแตนเลส ขนาด 100 Mesh อาจจะมีขนาดช่องเปิดโดยประมาณการอยู่ที่ราวๆ 150 Micron ทว่าตัวเลขที่แท้จริงหน้างานอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตามขนาดเส้นลวด Wire Diameter และมาตรฐานของแต่ละโรงงานผู้ผลิต

Wire Diameter เกี่ยวข้องกับ Mesh อย่างไร

Wire Diameter คือเส้นผ่านศูนย์กลางหรือขนาดความหนาเนื้อของเส้นลวดสแตนเลสที่นำมาใช้ถักทอสานขึ้นรูปเป็นตะแกรง หากกำหนดให้ค่า Mesh เท่ากันเป๊ะ แต่เลือกใช้ขนาดลวดที่มีความหนาบางแตกต่างกัน ขนาดของรูเปิดจริงย่อมแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ยกตัวอย่างเช่น ตะแกรงเมชสแตนเลส ขนาด 100 Mesh เท่ากัน ตัวที่เลือกใช้เส้นลวดหนาพิเศษ จะส่งผลให้มีขนาดช่องเปิดกรองที่เล็กกว่าตะแกรง 100 Mesh ที่เลือกใช้เส้นลวดแบบบาง ดังนั้นในการพิจารณาเลือกซื้อจึงไม่ควรดูเฉพาะค่า Mesh เพียงอย่างเดียว

Open Area คืออะไร

Open Area คืออัตราส่วนเปอร์เซ็นต์พื้นที่เปิดโล่งทั้งหมดของตะแกรงเมื่อนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับพื้นที่ระนาบโดยรวมทั้งหมด ค่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์นี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพความเร็วในการไหลผ่านของมวลอากาศ ของเหลวสารเคมี หรือวัสดุผงแป้งที่ต้องการร่อนดักกรอง

หากค่า Open Area มีเปอร์เซ็นต์ที่สูง หมายถึงของเหลวหรือลมจะสามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ในทางกลับกัน ความแข็งแรงทนทานต่อแรงกดดันของหน้าตะแกรงก็อาจจะลดทอนลงไปด้วย ในงานอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องเลือกค่าที่สมดุลที่สุดระหว่าง ความละเอียดการกรอง ความแข็งแรงทางวิศวกรรม และอัตราการไหล

ตารางเปรียบเทียบ Mesh กับ Micron โดยประมาณ

ตารางข้อมูลด้านล่างนี้คือการเปรียบเทียบค่าความสัมพันธ์ระหว่างหน่วย Mesh และขนาดช่องเปิดหน่วย Micron สำหรับใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงเบื้องต้นในการเลือกสเปกสินค้า

Mesh
Micron โดยประมาณ
ลักษณะการใช้งานจริงหน้างาน
20 Mesh
ประมาณ 850 Micron
งานกรองหยาบ, งานระบบคัดแยกเศษวัสดุหรือสิ่งแปลกปลอม
40 Mesh
ประมาณ 425 Micron
งานกรองทั่วไปในระบบอุตสาหกรรม, งานอาหารและของเหลวทั่วไป
60 Mesh
ประมาณ 250 Micron
งานกรองคัดแยกขนาดวัสดุผง, กรองสารเคมีในระบบการผลิต
100 Mesh
ประมาณ 150 Micron
งานกรองของเหลวและผงเคมีที่มีความละเอียดในระดับปานกลาง
200 Mesh
ประมาณ 74 Micron
งานเคมี, งานสี, หมึกพิมพ์, สารละลายเหลว และงานห้องปฏิบัติการ (Lab)
325 Mesh
ประมาณ 44 Micron
งานระบบกรองของเหลวที่มีความละเอียดสูงเป็นพิเศษ
400 Mesh
ประมาณ 38 Micron
งานเฉพาะทางที่ต้องการความละเอียดและมาตรฐานการกรองสูงสุด

หมายเหตุเชิงวิศวกรรม: ตัวเลขสเปก Micron ดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงค่าเฉลี่ยโดยประมาณการเท่านั้น ตัวเลขจริงจะขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลวด (Wire Diameter) และเกณฑ์มาตรฐานสากลจากกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน

วิธีเลือก Mesh ให้เหมาะกับงาน

1. ตรวจสอบขนาดอนุภาค

หากต้องการกรองอนุภาคที่มีความละเอียดสูง ควรปรับเลือกค่า Mesh ให้สูงขึ้น แต่จำเป็นต้องตรวจสอบขนาดของช่องเปิดหน่วย Micron จริงควบคู่ไปด้วยกัน

2. พิจารณาอัตราการไหล

ตะแกรงที่มีความละเอียดสเปก Mesh สูงมาก อาจส่งผลให้ของเหลวหรือมวลสารไหลผ่านช้าลง จึงควรคำนวณและพิจารณาค่าพื้นที่เปิดโล่ง Open Area ร่วมด้วยเพื่อรักษาประสิทธิภาพ

3. คำนวณความแข็งแรง

สำหรับหน้างานหนักหรือรับแรงดันสูง ควรพิจารณาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลวด Wire Diameter โครงสร้างทอ และเกรดสแตนเลสประกอบกันอย่างรัดกุม

สำหรับงานอุตสาหกรรมในระดับองค์กร ฝ่ายจัดซื้อ และวิศวกรควรระบุสเปกข้อมูลหน้างานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ อาทิ ชนิดของวัสดุที่ต้องการกรองคัดแยก, ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอนุภาค, อัตราความเร็วในการไหล (Flow Rate), สภาพแวดล้อมทางเคมี, อุณหภูมิ และสภาวะความเสี่ยงต่อการเกิดการกัดกร่อน เพื่อให้สามารถระบุชนิดของ ตะแกรงเมชสแตนเลส ได้ตรงตามความต้องการที่สุด

ตัวอย่างการเลือก Mesh ตามประเภทลักษณะหน้างาน

ประเภทลักษณะงาน
ช่วง Mesh ที่พบบ่อย
ข้อควรพิจารณาเชิงเทคนิคเพิ่มเติม
งานกรองหยาบ
10–30 Mesh
มุ่งเน้นการเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ เพื่อให้มวลไหลผ่านได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่เน้นความละเอียด
งานอาหารและเครื่องดื่ม
40–100 Mesh
จำเป็นต้องเลือกเกรดวัสดุสแตนเลสให้เหมาะสมถูกต้องและปลอดภัยกับการใช้งานอุตสาหกรรมอาหาร
งานเคมี สี และหมึกพิมพ์
100–200 Mesh
ต้องตรวจสอบความละเอียดของเม็ดสีรวมถึงคุณสมบัติการทนต่อการกัดกร่อนทางเคมีอย่างละเอียด
งานห้องปฏิบัติการ
ใช้ร่วมกับ Test Sieve
ควรเลือกสเปกให้สอดคล้องตรงตามมาตรฐานข้อบังคับของการทดสอบที่ระบุใช้จริงหน้างาน
งานกรองละเอียดมาก
300–400 Mesh ขึ้นไป
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบค่า Micron และอัตราแรงดันรวมถึงความเร็วการไหลอย่างถี่ถ้วน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Mesh (Technical FAQ)

Mesh ยิ่งมีจำนวนมากยิ่งดีจริงหรือไม่?

ไม่เสมอไป การเลือกสเปกค่า Mesh ที่สูงขึ้นจะช่วยให้กรองดักจับอนุภาคได้ละเอียดมากยิ่งขึ้นก็จริง ทว่าในทางกลับกันจะทำให้อัตราความเร็วในการไหลผ่านลดลง และอาจส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงในการอุดตันได้ง่ายขึ้นหากเลือกไม่เหมาะสมกับงาน

Mesh กับ Micron สามารถใช้แทนกันได้โดยตรงเลยหรือไม่?

ไม่สามารถนำมาใช้เรียกทดแทนกันโดยตรงได้ เนื่องจากค่า Mesh คือการระบุจำนวนช่องเปิดทั้งหมดที่กระจายตัวอยู่ในความยาวหนึ่งนิ้วแนวตรง ส่วนค่า Micron คือหน่วยวัดเชิงมิติระบุขนาดช่องเปิดกว้างที่เกิดขึ้นจริงของรูตะแกรง

ตะแกรงสแตนเลสขนาด 100 Mesh สามารถกรองวัตถุได้กี่ Micron?

ตามมาตรฐานการผลิตเชิงอุตสาหกรรมโดยทั่วไปแล้ว ตะแกรงขนาด 100 Mesh มักจะมีขนาดช่องรูกรองเปิดจริงอยู่ที่ประมาณ 150 Micron ทว่าตัวเลขสเปกความละเอียดที่แน่นอนจะแปรผันตามขนาดความหนาของเส้นลวด (Wire Diameter) ประจำรุ่นนั้นๆ เป็นสำคัญ

หากไม่ทราบข้อมูลสเปก Mesh ที่แน่ชัด ควรเริ่มต้นพิจารณาอย่างไร?

ควรเริ่มต้นจากการประเมินขนาดของอนุภาคหรือสิ่งแปลกปลอมที่ต้องการกรองคัดแยก, ชนิดสถานะของมวลสาร (ของแข็ง ผง หรือของเหลว), อัตราความเร็ว Flow Rate ของระบบที่ต้องการรักษาไว้, สภาพแวดล้อมทางเคมีหน้างาน และข้อกำหนดความแข็งแรงเชิงกลของตะแกรง

ต้องการเลือก Mesh ให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรม?

Paphavin สามารถช่วยแนะนำสเปก ตะแกรงเมชสแตนเลส, ตาข่ายม้วน, ตะแกรงลวดสาน และถาดร่อนสแตนเลสให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานจริงของวิศวกรและผู้ใช้งานในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ